Laos ลาว

ประเทศลาว

ลาว หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ 236,800 ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนติดต่อกับจีน ทางทิศเหนือ ติดต่อกับพม่าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

เมืองหลวง: เวียงจันทน์

สกุลเงิน: กีบ

เพลงชาติ: เพลงชาติลาว

ประชากร: 6.77 ล้าน (พ.ศ. 2556) ธนาคารโลก

ระบบการปกครอง: รัฐคอมมิวนิสต์, รัฐสังคมนิยม, ระบบพรรคเดียว

ชื่อทางการ : สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือเรียกว่า สปป . ลาว

 (The Lao People ’ s Democratic Republic / Lao PDR)

อาณาเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งอยู่ระหว่างเส้นละติจูดที่ 14 ถึง 23 องศาเหนือ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 235,000 ตารางกิโลเมตร มีแม่น้ำโขงยาวเป็นอันดับที่สิบสองของโลกที่ไหลผ่าน
ทิศเหนือกับทิศตะวัตกเฉียงเหนือ : ติดกับจีนและพม่า 
ทิศตะวันตก : ติดกับไทย
ทิศตะวันออก : ติดกับเวียดนาม 
ทิศใต้ : ติดกับกัมพูชา 

ลักษณะภูมิศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมาประเทศลาวมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลมาก แต่ต่อมาภายหลังมาเสียดินแดนบางส่วนให้กับสยาม จนกระทั่งเข้าสู่ยุคปลดปล่อยจากการปกครองของฝรั่งเศส ทำให้ประเทศลาวมีเนื้อที่เหลือเพียง 236,800 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของแผ่นดิน มีพรมแดนติดกับจีน พม่า ไทย กัมพูชา และเวียดนาม 
- พื้นที่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน อันเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสำคัญถึง 13 สาย ด้วยกัน อาทิเช่น น้ำคาน น้ำงึม น้ำซับ น้ำแบง ฯลฯ 
- แม่น้ำที่สำคัญที่สุดของลาวและเป็นแม่น้ำนานาชาติคือแม่น้ำโขง หรือที่คนลาวเรียกกันว่า "แม่น้ำของ"ซึ่งบางส่วนของแม่น้ำโขงทางตอนใต้ของประเทศลาวในแขวงจำปาศักดิ์มีความกว้างถึงหนึ่งกิโลเมตร เกิดเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ขวางกลางแม่น้ำโขงคือ น้ำตกคอนตะเพ็ง ซึ่งมีความยาวตามลำน้ำเกือบสิบกิโลเมตร และมีความสูงราว 20 เมตร จากนั้นกระแสน้ำจึงไหลเข้าสู่จังหวัดตึงเตรงในประเทศกัมพูชาต่อไป 
- จากเขตแดนลาวมีความยาวทั้งสิ้น 4,500 กิโลเมตร ชายแดนที่ติดกับประเทศไทยมีความยาว 1,730 กิโลเมตร ส่วนใหญ่มีแม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งเขตแดนทั้งสองประเทศ มีความยาวทั้งสิ้น 1,400 กิโลเมตร 
- มีเทือกเขาที่สูงที่สุดในประเทศ ในแขวงเชียงขวาง ยอดเขาหลายแห่งมีความสูงกว่า 2,000 เมตร ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศคือ ภูเบี้ย มีความสูงประมาณ 2,820 เมตร ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ทางตอนใต้ของเขตทุ่งไหหิน

ลักษณะภูมิอากาศ ประเทศลาวตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น ลักษณะทางภูมิศาสตร์มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก ตั้งแต่ภาคกลางจนถึงภาคเหนือในแขวงพงสาลีที่มีเขตแดนอยู่ติดกับประเทศจีน ภูมิประเทศส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนและที่ราบสูงอากาศค่อนข้างหนาวถึงหนาวจัด ส่วนทางทิศตะวันออกมีลักษณะเป็นเทือกเขาและที่ราบติดกับประเทศเวียดนาม สำหรับทางตอนใต้สุดมีลักษณะเป็นเทือกเขาติดกับประเทศกัมพูชา ประกับกับที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมในทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศลาวมีลักษณะทางภูมิอากาศแบ่งออกได้ 3 ฤดู คือ
• ฤดูร้อน เริ่มต้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จนถึงเดือนเมษายน
• ฤดูฝน เริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงเดือนตุลาคม
• ฤดูหนาว เริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน จนถึงเดือนมกราคม

การแบ่งการปกครอง ประเทศลาวแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 17 แขวง (จังหวัด) และอีกหนึ่งเขตการปกครองพิเศษ คือ
1. นครเวียงจันทน์ (กำแพงเวียงจันทน์) เป็นเขตการปกครองพิเศษคล้ายกรุงเทพฯ
2. แขวงเวียงจันทน์ เมืองหลวงคือ เวียงจันทน์
3. แขวงหลวงพระบาง เมืองหลวงคือ หลวงพระบาง
4. แขวงหลวงน้ำทา เมืองหลวงคือ หลวงน้ำทา
5. แขวงอุดมไชย เมืองหลวงคือ เมืองไชยหรืออุดมไชย
6. แขวงบ่อแก้ว เมืองหลวงคือ ห้วยทราย
7. แขวงพงสาลี เมืองหลวงคือ พงสาลี
8. แขวงหัวฝัน เมืองหลวงคือ ซำเหนือ
9. แขวงเชียงขวาง เมืองหลวงคือ โพนสะหวัน
10. แขวงไชยบุรี เมืองหลวงคือ เมืองไชยบุรี
11. แขวงบอลิคำไซ เมืองหลวงคือ เมืองปากซัน
12. แขวงคำม่วน เมืองหลวงคือ เมืองคำบ่วนหรือท่าแขก
13. แขวงสะหวันนะเขต เมืองหลวงคือ เมืองสะหวันนะเขต
14. แขวงสาละวัน เมืองหลวงคือ เมืองสาละวัน
15. แขวงเซกอง เมืองหลวงคือ เมืองเซกอง
16. แขวงจำปาศักดิ์ เมืองหลวงคือ เมืองปากเซ
17. แขวงอัตปือ เมืองหลวงคือ อัตปือ
และเขตปกครองพิเศษ คือ ไชยสมบูรณ์
โซนเวลา เวลาลาว ตรง กับเวลาประเทศไทย 

ระบบไฟฟ้า ลาวใช้ไฟ 220 โวลต์ วงจรกระแสสลับ ส่วนใหญ่จะใช้ปลั๊กสองขาทั้งแบบขาแบนและขากลม ลาวมีกระแสไฟฟ้าดับเกิดขึ้นบ่อย แม้ในนครหลวงเวียงจันทน์ ท้องที่ชนบทบางแห่งจะมีกระแสไฟฟ้าในช่วงเวลาที่ทางการกำหนดไว้เท่านั้น และบางหมู่บ้านบางแห่งก็ไม่มีไฟฟ้าใช้

สกุลเงินลาว การท่องเที่ยวในประเทศลาวนั้นสามารถใช้ได้ทั้งเงินไทยและเงินกีบ ลาวมีธนบัตรใบละ 50,000 20,000 10,000 5,000 2,000 1,000 และ 500 กีบ แต่จะไม่มีเงินกษาปณ์ อัตราแลกเปลี่ยนเงินลาวประมาณ 1 ดอลล่าร์ = 10,000 กีบ 1 บาท = 250 กีบ (โดยประมาณ)

ระบบโทรคมนาคม
การโทรทางไกลภายในประเทศต้องกด 0 ตามด้วยรหัสทางไกล และเลขหมายที่ต้องการ ส่วนการโทรทางไกลไปต่างประเทศ ต้องกด 00 ตามด้วยรหัสประเทศ รหัสทางไกลพื้นที่ และเลขหมายที่ต้องการติดต่อ การโทรจากประเทศไทยแบบราคาถูกทำได้โดยการกด 008 แล้วตามด้วยรหัสประเทศลาว (856) + รหัสพื้นที่ แล้วตามด้วยหมายเลขโทรศัพท์

ศาสนา ประชาชนลาวมากกว่าร้อยละ 90 นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท เหมือนกับประชาชนชาวไทยและถือปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนอย่างเคร่งครัด อีก 10% ที่เหลือนับถือศาสนาคริสต์และอิสลาม โดยเฉพาะศาสนาคริสต์ ฝรั่งเศสเจ้าอาณานิคมเข้ามาเผยแพร่ในช่วงที่เข้ามาปกครองประเทศลาว

ภาษา ภาษาประจำชาติคือ ภาษาลาวมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาไทยในภาคอีสานของไทย นอกจากนี้คนลาวบางส่วนยังสามารถใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสได้ดี สำหรับประชาชนชาวลาวทางตอนเหนือของประเทศสำเนียงการพูดและความหมายของคำบางคำคล้ายกับภาษาพื้นเมืองในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และเลย ทางตอนเหนือของประเทศไทย

ประชากร เมืองใหญ่ที่สุดมีสองเมืองคือเวียงจันทน์กับสุวรรณเขต ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านการบริหารและเป็นเขตที่มีประชากรอาศัยมากที่สุดในประเทศ จากการสำรวจจำนวนประชากรในปีที่ผ่านมา ประเทศลาวมรจำนวนประชากรทั้งหมด 5.6 ล้านคน ประกอบด้วย 3 ชนชาติใหญ่รวม 68 เผ่า ได้แก่
• ลาวลุ่ม หมายถึง ชนเผ่าที่อาศัยอยู่ตามที่ราบลุ่มใกล้แม่น้ำโขง คิดเป็นร้อยละ 70 ของประชากรทั้งหมด เช่น ไทลาว ไทเหนือ ไทแดง ไทขาว ผู้ไท ลาวพวน ไทลื้อ เป็นต้น
• ลาวเทิง เป็นกลุ่มชนเผ่าที่อาศัยบนพื้นที่ที่มีความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร คิดเป็นประชากรร้อยละ 20 ของประเทศ เช่น สีดา บ่าแวะ ละแนด ฯลฯ
• ลาวสูง เป็นประชากรส่วนน้อยอาศัยอยู่บนเทือกเขาสูง ส่วนใหญ่เป็นชาวม้งและเผ่าอื่นๆ เช่น มูเซอ ก่อ กุย เป็นต้น

ระบบเงินตรา สกุลเงินของประเทศลาวคือ กีบ สำหรับเงินกีบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศลาวส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็นใบละ 1,000 2,000 5,000 10,000 20,000 กีบ (ไม่มีเงินในลักษณะเหรียญกษาปณ์)

ดอกไม้ประจำชาติ ดอกจำปา หรือคนไทยเรียกว่าดอกลั่นทม เป็นต้นไม้ที่สามารถปลูกขึ้นได้เองตามธรรมชาติ 

แม่น้ำโขง
เทือกเขาสลับซับซ้อนของลาว ทำให้หลายพื้นที่มีปัญหาด้านการสัญจร ทั้งยังไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกเพื่อเพิ่มผลผลิตหรือเพื่อการค้า ชาวลาวจึงอาศัยอยู่กันหนาแน่นเป็นพิเศษในเขตลุ่มแม่น้ำโขง โดยเฉพาะบริเวณที่ราบลุ่ม น้ำท่วมถึง

แม่น้ำโขงมีความยาวทั้งสิ้น 4,350 กิโลเมตร โดยมีต้นน้ำอยู่ในเขตที่ราบสูงทิเบต ผ่านประเทศจีนเป็นระยะทางกึ่งหนึ่งของความยาวทั้งหมด ก่อนไหลผ่านพรมแดนลาว-พม่า ต่อมายังพรมแดนไทย ลัดเลาะเข้าไปในประเทศลาว แล้ววกลงใต้มาออกที่พรมแดนลาว-ไทย บริเวณอำเภอเชียงคาน ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของปากเซ จากนั้นวกกลับเข้าไปในแผ่นดินลาวอีกครั้ง ก่อนไหลผ่ากลางกัมพูชาและเวียดนามเข้าไปออกยังทะเลจีนใต้ 

แม่น้ำโขงมีความสำคัญต่อชาวลาวและประเทศลาวอย่างประมาณค่ามิได้ นอกจากจะพัดพาดินตะกอนอันอุดมสมบูรณ์มาแล้ว ยังเป็นเสมือนเส้นเลือดหลักที่หล่อเลี้ยงธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยว ตลอดจนเป็นแหล่งอาหารสำคัญของชาวลาวอีกด้วย เนื่องจากถนนหนทางในเมืองลาวมีสภาพไม่ดีและครอบคลุมไม่ทั่วถึง แม่น้ำโขงจึงเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าและคมนาคมที่สำคัญและทรงประสิทธิภาพที่สุด

แม่น้ำโขงช่วงกลางจากหลวงพระบางมาถึงทางตอนเหนือของอำเภอเขมราฐเล็กน้อย สามารถใช้เดินเรือได้ตลอดทั้งปี แม้ช่วงน้ำทางใต้จะกว้างเกือบ 15 กิโลเมตร (แถบศรีพันดอน) แต่ช่วงน้ำที่อยู่เหนือหลวงพระบางขึ้นไปกลับ เต็มไปด้วยอันตรายและมักตื้นเขินในช่วงฤดูแล้ง 

การเดินทาง (ไม่ต้องมีวีซ่า)
การเดินทางไปเที่ยวลาวสามารถเดินทางเข้าได้ 2 วิธีคือ
1. ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) สำหรับคนไทยไม่ต้องขอวีซ่า สามารถใช้หนังสือเดินทางตรวจลงตราได้ทุกด่านสากลทุกแห่งในลาว โดยสามารถอยู่ในประเทศลาวได้ 30 วัน
2. ใช้บัตรผ่านแดน (ฺBorder Pass) นักท่องเที่ยวที่ไม่มีหนังสือเดินทางสามารถเดินทางเข้าประเทศลาวได้โดยทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวที่บริเวณด่านชายแดนทุกแห่ง แต่ไม่สามารถเดินทางข้ามแขวงอื่นๆ ได้ โดยสามารถเดินทางเข้าออกได้ 3 วัน 2 คืน และต้องเดินทางออกจากประเทศลาวที่จุดเดียวกับขาเข้าเท่านั้น โดยบัตรผ่านแดนชั่วคราวใช้เพียงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 2 รูป และเสียค่าธรรมเนียมเท่านั้น
• ทางบก/ทางน้ำ ประเทศไทย-สปป.ลาว มีจุดผ่านแดนสากลเชื่อมถึงกัน ใน 6 จังหวัดคือ
1. จังหวัดน่าน : ด่านห้วยโก๋น-เมืองเงิน โดยเรือ 
2. จังหวัดเชียงราย : ด่านเชียงของ-ห้วยทราย  แขวงบ่อแก้ว   โดยเรือ
3. จังหวัดหนองคาย : สะพานมิตรภาพไทย-ลาว –ออสเตรเลีย-กำแพงนครเวียงจันทน์ 
4. จังหวัดนครพนม : ด่านท่าเรือ-ท่าแขก แขวงคำม่วน
5. จังหวัดมุกดาหาร : สะพานมิตรภาพไทย-สปป.ลาว  ด่านมุกดาหาร-สะหวันนะเขต
6. จังหวัดอุบลราชธานี : ด่านช่องเม็ก-วังเต่า แขวงจำปาสัก 
อื่นๆ บริษัท สะบายดีบัส  (Sabaidee Bus) ซึ่งเป็นของเอกชนบริการวิ่งระหว่างถนนข้าวสาร  กรุงเทพฯ-เวียงจันทน์  โดยเป็นรถทัวร์ VIP  มีห้องน้ำในตัว  และโทรทัศน์ให้ชมระหว่างการเดินทางด้วยค่ะ 
ขับรถยนต์ส่วนตัวเข้าลาว ติดต่อ นำรถยนต์เข้าลาวที่สำนักงานขนส่งจังหวัดหนองคาย ใช้หลักฐาน ได้แก่ ใบขับขี่สากล ทะเบียนรถยนต์ และสำเนาทะเบียนบ้าน จะได้ "สมุดสีม่วง" บันทึกการเข้า-ออก และสติ๊กเกอร์ตัวอักษรที (T-Plate) สองแผ่น ไว้ติดหน้าและหลังรถยนต์ ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะประทับตราวันที่นำรถยนต์ออกนอกประเทศในสมุดสีม่วง พร้อมประทับตราในใบตรวจรถยนต์เข้า-ออกจากราชอาณาจักร ต้องเก็บใบนีให้ดี ถ้าหายจะนำรถยนต์กลับเข้าไทยไม่ได้ เมื่อข้ามไปฝั่งลาวแล้ว ต้องทำเรื่องนำรถยนต์เข้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง จะได้เอกสารสองชุด คือ ใบอนุญาตนำรถเข้าพร้อมสติ๊กเกอร์หน้ารถ (เป็นป้ายรูปไข่ ให้อนุญาตชั่วคราวโดยระบุเวลาอยู่ในลาวได้ เอกสารทำประกันภัยรถยนต์กับบริษัทประกันภัย (ต้องเสียค่าทำประกันภัย) พร้อมสติ๊กเกอร์หน้ารถหนึ่งใบ (สติ๊กเกอร์สี่เหลี่ยมเล็กๆ สีเขียว) มักออกให้ครั้งละไม่เกิน 7 วัน เมื่อหมดอายุการประกันภัยแล้วต้องรีบต่ออายุ ณ ที่ทำการขนส่งของเมืองที่ไปเที่ยว 
การขับรถยนต์เข้าไปเที่ยวในลาว ต้องใช้ความระมัดระวังสูง เพราะถนนในลาวเป็นการขับรถชิดขววา ซึ่งจะต่างจากการขับรถชิดซ้ายในไทยที่เราเคยชิน นอกจากนั้นเส้นทางสู่หลวงพระบางยังเป็นถนนที่คดเคี้ยวไปบนเขาด้วย
• ทางเครื่องบิน ลาวเก็บค่าธรรมเนียมใช้สนามบินเส้นทางบินระหว่างประเทศ(ขาออก) คนละ 10 เหรียญสหรัฐฯ  ชำระด้วยเงินสด  เป็นเหรียญสหรัฐฯ   เงินกีบ  หรือเงินบาทก็ได้
จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่  มีเครื่องบินโดยสารการบินตรงสู่สนามบินนานาชาติวัดไต นครเวียงจันทน์และสนามบินหลวงพระบางทุกวัน 
สายการบินลาว 
สำนักงานกรุงเทพฯ  โทร  0-2535-3786-7 
สำนักงานเชียงใหม่  โทร  0-5341-8258 
เว็บไซต์  www.laoairlines.com
สายการบินไทย 
เว็บไซต์  www.thaiairways.com
สายการบินบางกอกแอร์เวยส์ 
เว็บไซต์   www.bangkokair.com 
• ทางรถไฟ ปัจจุบัน  มีรถไฟสายแรกที่เปิดให้บริการแล้ว เชื่อมไทย-ลาวจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ไปยังเมืองท่านาแล้ง สอบถามได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย สายด่วน 1690 หรือ www.railway.co.th

การเดินทางในประเทศของลาว
ทางบก 
การคมนาคมเป็นปัญหาสำคัญของลาว  เพราะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าเขา  และลาวยังไม่มีรถไฟใช้  ถนนหนทางมีสภาพค่อนข้างแย่  ที่ราดยางแล้วมีไม่ถึง  1 ใน 4  ของทั้งประเทศ  รัฐบาล พยายามพัฒนาปรับปรุงโดยได้รับเงินสนับสนุนจากต่างชาติและองค์กรความช่วยเหลือนานาชาติ  อาทิ  ทางหลวงหมายเลข 13  ถนนสายหลักของลาวที่ฝรั่งเศสสร้างไว้สมัยอาณานิคม  กลายเป็นราดยางอย่างดีตั้งแต่หลวงพระบางไปจนถึงสะหวันนะเขต  ระยะทางประมาณ 420 กิโลเมตร  มีรถโดยสารประจำทางทั้งรถปรับอากาศและรถธรรมดา(พัดลม) วิ่งบริการโดยตลอด  สถานีรถโดยสารมีศูนย์กลางอยู่ที่นครเวียงจันทน์  โดยค่าโดยสารของชาวต่างชาติจะมีราคาสูงกว่าคนลาวประมาณ 1 เท่า 
ทางน้ำ 
แม่น้ำเป็นเส้นทางสัญจรที่สำคัญที่สุดของลาว คือ ใช้ติดต่อถึงกันทั่วประเทศ  โดยเฉพาะแม่น้ำโขง  มีเรือเร็วซึ่งลาวเรียกว่า เฮือไว  บริการจอดรับ-ส่ง ผู้โดยสารที่ท่าเรือตามหัวเมืองสำคัญ  เริ่มตั้งแต่ห้วยทราย  ลงมาหลวงพระบาง  ท่านาแล้ง  เวียงจันทน์  สะหวันนะเขต  ปากเซ  จนถึงจำปาสัก  เป็นเรือหางยาวนั่งได้ 6 ท่าน(มีเสื้อชูชีพบริการ)   นอกจากนี้มีบริการเรือข้ามฟากบริการในบางช่วง  เรือเช่าเหมาลำ  และเรือบริการนำชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เข่น วัด  ถ้ำ  และเรือสำราญล่องแม่น้ำโขงซึ่งเป็นของบริษัทต่างชาติ 



ทางอากาศ 
ลาวมีสนามบินภายในประเทศของสายการบินลาว  จากเมืองเวียงจันทนท์ไปห้วยซาย  หลวงพระบาง  หลวงน้ำทา อุดมไซ(เมืองไชย)  ปากเซ  พงสาลี  เชียงขวาง  ไซสมบูน  เวียงจันทน์ ไชยะบุลี  สะหวันนะเขต เมืองสิงห์ และซำเหนือ  เวลาออกที่แน่นอนจะทราบล่วงหน้าเพียง 1 วัน  หากผู้โดยสารน้อยไม่คุ้มค่าใช้จ่ายก็อาจจะยกเลิกไม่ทำการบิน  ค่าโดยสารสำหรับชาวต่างชาติจะสูงกว่าคนลาวประมาณ 2 เท่า 
ค่าภาษีสนามบินภายในประเทศ คนละ 0.60 เหรียญสหรัฐ



สถานที่ท่องเที่ยว

เมืองหลวงพระบาง (Luang Prabang)

เมืองหลวงพระบางอยู่ทางตอนเหนือของประเทศลาว และถูกขนาบไปด้วยแม่น้ำคานและแม่น้ำโขง เมืองนี้จัดว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์น่าหลงใหล เพราะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยวัดวาอารามเก่าแก่ มีบ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียน บรรยากาศในเมืองเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม จึงไม่น่าแปลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรกดโลก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก โดยสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ เช่น วัดใหม่สุวันนะพูมาราม พระธาตุจอมพูสี น้ำตกตาดกวางสี และวัดวิชุน

แม่น้ำโขง (Mekong River) 

แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีความยาวถึง 4,350 กิโลเมตร ประเทศลาวเองก็มีพรมแดนติดแม่น้ำโขงด้วยเช่นกัน และใช้แม่น้ำโขงสำหรับสัญจรไปมาอีกด้วย ทัศนียภาพตลอดแนวริมฝั่งนั้นสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนลาว และความงดงามทางธรรมชาติ อากาศที่บริสุทธิ์ ทำให้ทริปล่องแม่น้ำโขงนั้นเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยจุดเริ่มต้นเส้นทางเริ่มที่เมืองห้วยทรายและสิ้นสุดที่เมืองหลวงพระบาง หรือจะออกเดินทางจากหลวงพระบาง-ห้วยทรายก็ได้

วังเวียง (Vang Vieng)

วังเวียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ตั้งอยู่ในเมืองวังเวียง ริมแม่น้ำซอง อยู่ห่างจากเมืองหลวงเวียงจันทน์ 150 กิโลเมตร ตัวเมืองถูกล้อมรอบด้วยภูเขาและแม่น้ำ ด้วยลักษณะภูมิประเทศเช่นนี้ทำให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่งดงามไปด้วยธรรมชาติ มีทัศนียภาพอันงดงามของทิวเขาที่วางสลับตัวกัน เหมาะจะไปสูดอากาศบริสุทธิ์ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับกลิ่นอายวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชาวลาวในชนบท เช่น เผ่าลาวสูง, ลาวเทิง, ลาวม้ง และไทลื้อ ส่วนกิจกรรมที่น่าสนใจประกอบด้วย เดินทางไกลชมป่าไม้ ปีนเขา ชมถ้ำ และล่องห่วงยางเล่นบนแม่น้ำซอง ฯลฯ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก จึงมีที่พัก ร้านอาหาร ร้านอินเทอร์เน็ต ตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวเปิดให้บริการอย่างคึกคัก

สี่พันดอน (Si Phan Don )

สี่พันดอน แปลว่า สี่พันเกาะนั่นเอง เป็นหมู่เกาะที่อยู่บริเวณแม่น้ำโขงทางตอนใต้ของประเทศลาว ก่อนที่จะไหลเข้าเขตประเทศกัมพูชา ชาวบ้านแถบนี้ประกอบอาชีพประมงเป็นส่วนใหญ่ และยังคงดำรงชีวิตแบบชาวชนบท มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย เป็นเขตที่ค่อนข้างสงบทีเดียว จุดท่องเที่ยวหลัก ๆ มีอยู่ 3 แห่ง คือ ดอนคง ดอนคอน และดอนเด็ด สำหรับดอนคงเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบชิล ๆ สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ชมความงามของธรรมชาติ สำหรับดอนคอนและดอนเด็ดเป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาค่อนข้างมาก จึงมีที่พักเปิดให้บริการกับผู้คนที่แวะเวียนมาเยี่ยมชมธรรมชาติที่นี่ ที่สำคัญราคาที่พักไม่แพงเลย

ทุ่งไหหิน (Plain of jar)

ทุ่งไหหินเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในเมืองเชียงขวาง (Xieng Khouang) เป็นที่ราบกว้างเต็มไปด้วยหินรูปทรงคล้ายไหหรือโอ่ง มีความสูงตั้งแต่ 1-3 เมตร นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า ไหพวกนี้ปรากฏขึ้นตั้งแต่ยุคหิน และน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมฝังศพ เพราะมีการค้นพบซากโครงกระดูกมนุษย์และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการฝั่งศพบริเวณรอบ ๆ นอกจากนี้ บริเวณรอบ ๆ ไหหินยังมีร่องรอยของหลุมระเบิดที่ทิ้งลงมาโดยสหรัฐอเมริกาอีก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดจากนักโบราณคดีว่าที่มาของไหหินนี้เป็นมาอย่างไรกันแน่ แต่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติไปเรียบร้อยแล้ว

วัดเชียงทอง (Wat Xieng Thong)

วัดเชียงทองตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองหลวงพระบาง มีการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านนา และได้รับการยกย่องจากนักโบราณคดีว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในลาว จนทำให้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างพากันมาชื่นชมความงามนี้ด้วยสายตาของตัวเอง นอกจากจะมีรูปทรงที่สวยงามแล้ว ยังเป็นศาสนสถานที่ทรงคุณค่าทางจิตใจของชาวลาว ทั้งนี้ วัดเชียงทองถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1560 โดยพระโพธิสารเจ้า มีฐานะเป็นวัดหลวง จึงทำให้มีการดูแลปฏิสังขรณ์เป็นอย่างดี ภายในวัดเชียงทองประกอบไปด้วยพระอุโบสถ พระประธาน วิหารน้อย โรงเมี้ยนโกศ ซึ่งมีการประดับตกแต่งด้วยศิลปะแบบหลวงพระบาง

พระธาตุหลวง (Pha That Luang)

พระธาตุหลวงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาพุทธตั้งอยู่ที่เมืองเวียงจันทน์ ถูกสร้างขึ้นโดยบุรีจันอ้วยล้วย หรือพระเจ้าจันทบุรีศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครเวียงจันทน์พระองค์แรก ตามตำนานเล่าว่า มีพระภิกษุลาวจำนวน 5 รูป เดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาที่ประเทศอินเดีย แล้วนำพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนที่เป็นหน้าอก) มาไว้ที่เวียนจันทน์ เจ้านครในสมัยนั้นจึงสั่งให้มีการสร้างพระธาตุขึ้นมาเพื่อบรรจุพระอุรังคธาตุไว้สำหรับกราบไหว้บูชา เริ่มแรกนั้นพระธาตุถูกสร้างด้วยหิน แต่ต่อมามีการสร้างเจดีย์ครอบองค์พระธาตุ และบริเวณรอบ ๆ องค์พระธาตุมีเจดีย์รายล้อมหลายองค์ ที่เจดีย์ถูกแกะสลักเป็นลวดลายพญานาค พระพุทธรูปปิดทองลายกลีบบัวประดับอยู่บนฐานปักษ์ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรูปทรงของพระธาตุมีลักษณะคล้ายกับป้อมปราการ เพราะมีระเบียงล้อมรอบสูง สถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็นปูชนียสถานที่มีคุณค่าทางจิตใจต่อคนลาวมากที่สุดก็ว่าได้ เสมือนเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งประเทศ

 
ปราสาทหินวัดพู (Wat Phu)

ปราสาทหินวัดพูตั้งอยู่บนเนินเขาพู ในแขวงจำปาสัก (Champasak) เป็นซากปรักหักพังของวัดฮินดูโบราณ ที่สร้างขึ้นช่วงศตวรรษที่ 11 ถึง 13 นอกจากนี้ วัดพูยังได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกเพราะเคยเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณถึง 3 สมัยด้วยกัน ตรงทางเข้าวัดพูนั้นมีหินปูเรียงรายสำหรับเดินเข้าวัด มีเสาเรียงตั้งเรียงอยู่หลายต้นขนาบข้างทางเดิน มีเรือนใหญ่ 2 หลัง ซุ้มประตูที่พลังทลาย หินสลักเป็นรูปเศียรช้าง และรูปปั้นหินรูปต่าง ๆ เช่น โยคี จระเข้ และมีพระพุทธรูปตั้งวางสำหรับกราบไหว้บูชา บรรยากาศที่ปราสาทแห่งนี้ให้ความรู้สึกถึงความอลังการ ความขลัง ผสมผสานกับความลี้ลับ น่าพิศวง อาจด้วยความเก่าแก่ตามกาลเวลา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันถูกใช้เป็นสถานที่ทางพุทธศาสนานิกายเถรวาท

ถ้ำปากอู (Pak Ou) 

ถ้ำปากอู หรือถ้ำติ่ง อยู่ในแขวงหลวงพระบาง (Laung Prabang) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง นักท่องเที่ยวต้องนั่งเรือจากตัวเมืองในหลวงพระบางประมาณ 25 นาที เมื่อมาถึงบ้านปากอู ต้องนั่งเรือข้ามฝากมาฝั่งตรงข้ามจะพบถ้ำติ่ง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ถ้ำ คือ ถ้ำติ่งลุ่ม และถ้ำติ่งเทิ่ง เมื่อลงมาจากเรือจะพบทางเข้าถ้ำติ่งลุ่ม เป็นถ้ำที่มีโพรงไม่ลึก ภายในมีหินงอกหินย้อย และมีรูปปั้นพระพุทธรูปที่ทำจากไม้เต็มไปหมด เชื่อกันว่าในสมัยก่อนเคยถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับสักการบูชาดวงวิญญาณ ภูตผี แต่เมื่อศาสนาพุทธเข้ามาในลาวจึงกลายเป็นศาสนสถานทางพุทธไป และเมื่อเดินไปอีกทางหนึ่งจะพบถ้ำเทิ่ง เป็นถ้ำที่ลึกมาก ภายในมีพระพุทธรูปเช่นกัน แต่มีจำนวนไม่มากเท่ากับถ้ำติ่งลุ่ม

เวียงไซ (Vieng Xai)

เวียงไซเป็นเมืองหนึ่งในแขวงหัวพัน (Hua Phan) แหล่งท่องเที่ยวที่เปรียบเสมือนแม่เหล็กของเมืองเวียงไซ คือ "ถ้ำผู้นำ" เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ปกคลุมตัวต้นไม้เขียวขจี ดูแล้วก็เหมือนถ้ำทั่ว ๆ ไป แต่สิ่งที่ต้องทำให้ผู้คนตะลึง คือ ภายในถ้ำถูกขุดเจาะและสร้างเป็นที่อยู่อาศัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ห้องพัก ห้องรับแขก ห้องประชุม โรงเรียน โรงพยาบาล ห้องหลบภัย โรงภาพยนตร์ ห้องสำหรับเล่นกีฬา ฯลฯ ซึ่งสามารถรองรับผู้อาศัยได้ประมาณ 20,000 คน โดยถ้ำผู้นำสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสถานที่หลบภัยของแกนนำทหารคอมมิวนิสต์ในช่วงสงครามอินโดจีน เมื่อย้อนกลับไปสมัยนั้น สหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดลงมาในลาวหลายลูกติดต่อกันเป็นเวลาถึง 9 ปี เพื่อขจัดพวกคอมมิวนิสต์ไปหมดสิ้นไป เหล่าแกนนำคอมมิวนิสต์จึงหาที่หลบภัย โดยการเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ ทำให้มี "ถ้ำผู้นำ" ลักษณะนี้อยู่ถึง 12 แห่ง ตั้งอยู่ใกล้เคียงกันในเมืองเวียงไซ แต่เปิดให้นักท่องเที่ยวชมเพียง 6 ถ้ำเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีการแสดงนิทรรศการเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเหตุการณ์ในครั้งนั้นในแง่มุมของความรักชาติ การเสียสละเพื่อชาติ

Copyright © 2017 viptravelsgroups All Rights Reserved. Power BY applezeed.com
X